ครั้งแรกที่เจอแผ่นดินไหว ผมกำลังนอนอ่านหนังสือ ก็รู้สึกเหมือนคนเวียนหัว รู้สึกเหมือนเตียงสั่นๆ

สิ่งบอกเหตุอันแรกคือ ผนังห้องฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นกระจกทั้งหมด สั่นอย่างรุนแรง เสียงดังมากราวกับว่ามันจะระเบิดออกมา (จริงๆแล้ว มันมาจากการออกแบบ กระจกให้รองรับการสั่นสะเทือน )
ผมมองออกไปที่สนาม เห็นเสาไฟ spotlight ด้านบนเหวี่ยงไปมาอย่างชัดเจน แล้วก็เห็นคนวิ่งไปรวมตัวกันในสนาม ตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจว่า มันใช่แผ่นดินไหวหรือเปล่า จนหันไปมองน้ำในแก้ว ชัดเลย น้ำในแก้วสั่นเหมือนอย่างในหนังที่เคยดู เคยอบรมมา เค้าบอกว่า ถ้าเกิดแผ่นดินไหว ให้หลบเข้าไปใต้โต๊ะ แต่อารมณ์นั้น คิดว่าไม่ไหวแล้ว ออกจากตึกก่อนดีกว่า หยิบพาสปอร์ต กระเป๋าเงิน ใส่เสื้อแล้ววิ่งออกจากห้อง โชคดีที่พอเปิดประตูห้อง แผ่นดินไหวก็หยุดพอดี
สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกนอกเหนือจากการหลบใต้โต๊ะ หากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง คือ ให้วิ่งไปเปิดประตูห้องทิ้งไว้ เพราะถ้าหากว่า มีการสั่นอย่างรุนแรง จนทำให้ผนังและวงกบประตู เปลี่ยนรูปไป เราจะออกจากห้องไม่ได้ ทำได้แค่รอให้เพดานถล่มลงมาทับ
ใครมีโอกาสได้ไป Osaka ก็แนะนำใไปที่ศูนย์เรียนรู้การเอาตัวรอดจากภัยต่างๆ หรือ Osaka City Abeno Life Safety Learning Center ดีใช้ได้เลย




ประเทศที่จะรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายอย่าง แผ่นไหวระดับ 6 – 8 ริตเตอร์ได้ จะต้องมีการเตรียมการณ์กันมาเป็นอย่างดี บันได หนีไฟ น้ำสะอาด ห้องน้ำชั่วคราว จะถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี ตามจุดต่างๆในชุมชม การก่อสร้างอาคาร ก็จะต้องก่อสร้างในแบบที่สามารถรองรับการสั่นสะเทือนมากๆได้ ซึ่งเรื่องพวกนี้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน จะเก่งมากๆ
ประเทศนั้นๆจะต้องมีการให้ความรู้ เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติกับประชาชนเป็นอย่างดี เช่น ถ้าพายุเข้า ประชาชนก็จะรู้โดยอัติโนมัติว่า ต้องฟังข่าวสาร รถไฟจะไม่วิ่ง ห้างร้านอาจจะปิดก่อนเวลา และข้อปฎิบัติในสถานการณ์ความรุนแรงระดับต่างๆ ก็จะถูกระบุไว้อย่างชัดเจน
เท่าที่ถามจากเด็กๆที่เคยไปเรียน summer ที่ Christchurch, New Zealand ตึกที่คนไทยติดอยู่ เป็นย่านใจกลางเมือง แล้วตึกนั้นจะมีคนเอเชียไปเรียนกันเยอะมาก เรียกว่า แน่นตึกเลย คือไม่ใช่เรื่องแปลกเลย หากว่าตึกถล่ม แล้วจะมีคนตายเป็นร้อย
อ้าวว่า จะเขียนนิดเดียว ยาวเลย